02-045-6988 [email protected]

การออกเสียงภาษาอังกฤษ 44 เสียง

ภาษาอังกฤษมีศัพย์มากกว่า 1,000,000 คำ แต่ในคำเหล่านี้มีเสียงเพียง 44 เสียง

/s/ /t/ /p/ /n/ /m/ /a/ /e/ /i/ /o/
/g/ /d/ /k/ /r/ /h/ /u/ /ai/ /ee/ /ie/
/b/ /f/ /l/ /j/ /v/ /oa/ /ue/ /oo/ /OO/
/w/ /ks/ /y/ /z/ /qu/ /ar/ /or/ /ow/ /oi/
/ch/ /sh/ /th/ /TH/ /ng/ /ul/ /er/ /ou/

คำแต่ละคำนั้นประกอบขึ้นจากเสียงเดี่ยว ที่เรียกว่าหน่วยเสียง (phonemes) ถ้าเด็กๆ สามารถเรียนรู้วิธีการออกเสียงหน่วยเสียงเหล่านั้นอย่างถูกต้อง และรวมเสียงเข้าด้วยกันได้ การเรียนรู้ที่จะอ่านได้ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โฟนิกส์เป็นวิธีการสอนเพื่อให้เด็กมีทักษะการอ่านได้รวดเร็ว

การออกเสียงภาษาอังกฤษ 44 เสียง

ภาษาอังกฤษมีศัพย์มากกว่า 1,000,000 คำ แต่ในคำเหล่านี้มีเสียงเพียง 44 เสียง

คำแต่ละคำนั้นประกอบขึ้นจากเสียงเดี่ยว ที่เรียกว่าหน่วยเสียง (phonemes) ถ้าเด็กๆ สามารถเรียนรู้วิธีการออกเสียงหน่วยเสียงเหล่านั้นอย่างถูกต้อง และรวมเสียงเข้าด้วยกันได้ การเรียนรู้ที่จะอ่านได้ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โฟนิกส์เป็นวิธีการสอนเพื่อให้เด็กมีทักษะการอ่านได้รวดเร็ว

โฟนิคส์สังเคราะห์

การเรียนการออกเสียงตามแบบโฟนิกส์เป็นวิธีการสอนการอ่านอย่างมีทักษะ ทันสมัย เด็กๆจะได้รับการสอนโดยเริ่มจากการอ่านเสียงต่างๆตามตัวอักษร โดยการออกเสียง ตัวอย่างเช่นตัวอักษร L เหมือนเสียง / l / ในคำว่า lollipop

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีการสอนโฟนิกส์ โดยจัดวางขั้นตอนการสอนให้ถูกต้อง โดยเริ่มจากการสอนเสียงที่ง่ายที่สุด และไปสู่เสียงที่ยาก ที่ซับซ้อนมากที่สุด จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสอนให้เด็กอ่าน และจะช่วยเด็กอายุ 4 ถึง 7 ขวบ เรียนรู้การอ่านอย่างเข้าใจ

เด็กๆเกือบทุกคนที่ได้เรียนโฟนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความสามารถที่จะอ่านออกเสียงคำศัพท์ใหม่ๆได้ เด็กๆจะเพลิดเพลินที่พวกเขาสามารถอ่านข้อความได้อย่างคล่องแคล่ว มั่นใจ

เด็กๆที่ได้เรียนโฟนิกส์ ส่วนใหญ่จะอ่านออกเสียงได้ถูกต้องมากกว่าการเรียนด้วยวิธีอื่น เช่นวิธีดูและพูดตาม ทั้งนี้รวมถึงเด็กที่คิดว่าการอ่านเป็นเรื่องยาก จากเหตุผลต่างๆ

การเรียนรู้ของเด็กๆที่เริ่มอ่านในครั้งแรก เด็กๆจะอ่าน โดยการฝึก เรียนรู้เสียงแต่ละคำ จำเสียงเดี่ยวๆ ของพยัญชนะ

 /a/ ในคำว่า ant
/i/ ในคำว่า tin
/m/ ในคำว่า Mr. Tim (mmm, ไม่ใช่ ‘muh)

เด็กๆจะสามารถแยกแยะเสียง จากพยัญชนะที่ต่างกัน เช่น

/sh/ ในคำว่า (ship)
/oo/ ในคำว่า (spoon)
/ng/ ในคำว่า (bang)

จากนั้นเด็กๆเรียนรู้ที่จะผสมผสานเสียงเหล่านี้เข้าด้วยกันจากซ้ายไปขวาเพื่อสร้างเป็นคำ

ship = ship
spoon = spoon
bang = bang

เด็กๆ สามารถใช้ความรู้นี้เพื่อถอดคำศัพท์ใหม่ที่พวกเขาได้ยินหรือเห็น จุดนี้เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการเรียนรู้การอ่าน

การผสมคำ

เรารวมเสียงเพื่อการสร้างคำ เช่น เมื่อพูดคำว่ามูน
/ m / oo / n / การรวมเสียงด้วยความรวดเร็วจะได้ยินคำว่า moon ซึ่งนักเรียนที่เรียนโฟนิกส์จะสามารถรวมเสียงใดๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคำศัพท์ใหม่ๆอย่างไม่จำกัด

m – oo – n = moon

การแบ่งกลุ่มเสียง

ในทางกลับกันของการรวมเสียง ในการแยกเสียง เมื่อนักเรียนได้ยินคำใหม่ ก็สามารถที่จะแยกเสียงออกเป็นเสียงแต่ละเสียง (หน่วยเสียง) ตัวอย่างเช่นได้ยิน fish แล้วแยกมันออกเป็น / f / i / sh / ซึ่งหมายความว่า นักเรียนสามารถสะกดคำได้อีกด้วย  

 fish = f i sh
         . .  . 

การสอนแบบโฟนิกส์มีทั้งความรวดเร็ว และประสิทธิภาพ เด็กๆจะได้เรียนเสียงแต่ละเสียงจากพยัญชนะ (ส่วนใหญ่จะเรียนสัปดาห์ละ 2 เสียง)

สัปดาห์ที่ 1: s, a
สัปดาห์ที่ 2: t, p
สัปดาห์ที่ 3: i, n

คุณสามารถสร้างคำด้วยตัวอักษรเหล่านี้ได้กี่คำ: s, a, t, p, i, n ?

sat tap tin pan
nap sap tip pat
pin nip sip tan
pit nit ant

ในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ของการเรียนรู้ เด็กๆจะสามารถอ่านเขียนได้ถึง 15 คำ ถ้าผู้ปกครองยังไม่มั่นใจ สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บไซค์โฟนิกส์ของมิสเตอร์ทิม คุณจะพบว่าหลักสูตรการเรียนการสอน ของเรานั้นรวดเร็ว ได้ผลและมีประสิทธิภาพเพียงใด